(เพลงที่ได้ยินขณะนี้คือ
"Sanctus"
โดยคณะนักร้องประสานเสียง Libera นำทำนองมาจาก Canon in D ของ
Pachelbel)
|
Mynavy
Music ขอแจ้งว่าพื้นที่เก็บไฟล์เพลงที่ Sunnysidefamily.com
ได้ปิดถาวร ขณะนี้
ผมได้ย้ายและเพิ่มเพลงบางเพลงไปใว้ที่ Marine1450.com แล้ว |
|
|
ดนตรีคลาสสิค เป็นดนตรีที่มีความอมตะ มีความไพเราะ ได้รับการยอมรับจากหมู่ชนทั่วโลกอีกทั้งสืบทอดมายาวนานกว่า 600 ปีแล้ว ที่เป็นเช่นนี้เนื่องจากดนตรีเหล่านี้ได้รับการสร้างสรรค์จากบุคคลซึ่งมีความ "อัจฉริยะ" .... ทำให้ท่วงทำนอง อารมณ์ และทุกอย่างที่ได้จากดนตรีเหล่านี้มีความพิเศษจากดนตรียุคปัจจุบัน ,ดังนั้น เราจึงควรเปิดใจรับดนตรีประเภทนี้ให้เข้ามาสร้างประสบการณ์ดี ๆ แก่เราบ้าง ... ท่านอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่หลงรักดนตรีคลาสสิคไปตลอดชีวิตเลยก็ได้นะครับ
แวดวงดนตรีคลาสสิคในประเทศไทยยังไม่กว้างมากนัก ทั้งการศึกษา การแสดงต่าง ๆ ก็ยังไม่มีแพร่หลาย และหากจะทดลองฟังหลายท่านอาจไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นอย่างไร เนื่องจากมีรายชื่อเพลงจำนวนมาก ... ดังนั้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านในการหาฟังเพลงคลาสสิคได้อย่างง่าย ๆ ผมจึงขอนำตัวอย่างดนตรีคลาสสิคแท้ ๆ เลือกสรรค์มาอย่างดีบรรเลงตาม Score ดั้งเดิมที่ผู้ประพันธ์ได้กำหนดไว้ ด้วยเครื่องดนตรี acoustic ล้วน ๆ ซึ่งส่วนใหญ่ผมได้เตรียมมาให้แบบเต็มบทประพันธ์ครบทุก movement แต่อาจจะมีบางเพลงที่ลงใว้ไม่เต็มทุก Movement .... หากท่านสนใจส่วนที่เหลือ กรุณาติดต่อผมมาได้ทาง Email captcook@windowslive.com หรือ เข้าไปเยี่ยมชม / ติดต่อใน Webboard ได้ครับ ... ในทุกเพลง ผมจะเขียนคำอธิบายสั้น ๆ ว่าลักษณะเพลงช้า เร็ว อย่างไร สื่อความหมายอย่างไร....เพื่อท่านจะได้เลือก download ตามที่ท่านชอบ ,ทุกเพลง RIP มาจาก CD เพลงคลาสสิคค่ายมาตรฐาน โดย Windows Media Player V 11.06 ,Bit rate 128Kbps รับประกันเสียงคมชัดทุกเพลงครับ นอกเหนือจากเพลงคลาสสิค ในเวปนี้ยังมีเพลงประเภทอื่นอีกพอสมควรตามเมนูด้านซ้ายนี้ครับ เป็นเพลงสากล เพลงไทย และ Soundtrack ที่ดัง ๆ จากภาพยนต์ระดับตำนาน ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงเก่าที่หาฟังได้ยาก และเป็น Original ทั้งสิ้นครับ
เพลงทั้งหมดจะจัดเรียงตามผู้แต่งจากยุคเก่าไปหาใหม่
เพื่อความสะดวกให้ท่านกด Ctrl + F เพื่อหาเพลงที่ต้องการครับ
การ
download ให้ click ขวา และเลือก save target as
หรือคลิ๊กตามปกติเพื่อเปิดฟังจาก Windows Media Player
ในเครื่องของท่านก็ได้
...แต่...บางท่านอาจพบปัญหาเพลงหยุดเล่นไปเฉย ๆ เมื่อฟังใน Windows
Media Player
สาเหตุเพราะ Media Player นั้นเปิดไฟล์ด้วย Bit
rate ที่สูง ,เมื่อ Buffer ขาดช่วงจึงทำให้เพลงหยุดและเกิด Error
ได้ครับ
แต่สำหรับท่านที่เนตความเร็วสูง ๆ จะไม่พบปัญหานี้ครับ
ขอให้ท่านมีความสุขกับดนตรีดี ๆ ที่ท่านชอบ
Banner และ Code ที่จะลิ้งค์มายังเวปของเราครับ
![]()
<a
href="http://www.mynavy.net/classical.htm"
target="_blank">
<img
src="http://www.mynavy.net/mynavy.gif"
alt="เวบฟังเพลงคลาสสิค
Mynavy.net" border="1" /></a>
**************************************************************************************************************************
ข้อมูลทั่วไปของดนตรีคลาสสิค
(ข้อมูลจาก
Wikipedia)
ยุคของดนตรีคลาสสิค
1.ยุคกลาง
(Medieval or Middle Age) พ.ศ. 1019 - พ.ศ. 1943)
ดนตรีคลาสสิกยุโรปยุคกลาง หรือ ดนตรียุคกลาง
ถือว่าเป็นจุดกำเนิดของดนตรีคลาสสิก เริ่มต้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1019
(ค.ศ. 476) ซึ่งเป็นปีล่มสลายของจักรวรรดิโรมัน
ดนตรีในยุคนี้มีจุดประสงค์หลักเพื่อประกอบพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา
และคาดกันว่ามีต้นกำเนิดมาจากดนตรีในยุคกรีกโบราณ
2.
ยุคเรเนสซองส์ (Renaissance) พ.ศ. 1943 - พ.ศ. 2143)
นับเริ่มการนับเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1943 (ค.ศ. 1400)
เมื่อเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงศิลปะ และฟื้นฟูศิลปะโบราณยุคโรมันและกรีก
แต่ดนตรียังคงเน้นหนักไปทางศาสนา
เพียงแต่เริ่มมีการใช้เครื่องดนตรีที่หลากหลายขึ้น
3.
ยุคบาโรค (Baroque) พ.ศ. 2143 - พ.ศ. 2293)
ยุคนี้เริ่มขึ้นเมื่อมีการกำเนิดอุปรากรในประเทศฝรั่งเศสเมื่อปี
พ.ศ. 2143 (ค.ศ. 1600) และ สิ้นสุดลงเมื่อ โยฮันน์ เซบาสเทียน บาค
เสียชีวิตลงในปี พ.ศ. 2293 (ค.ศ. 1750)
แต่บางครั้งก็นับว่าสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 2273 (ค.ศ. 1730)
เริ่มมีการเล่นดนตรีเพื่อการฟังมากขึ้นในหมู่ชนชั้นสูง
นิยมการเล่นเครื่องดนตรีประเภทออร์แกนมากขึ้น
แต่ก็ยังคงเน้นหนักไปทางศาสนา นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น บาค
วิวัลดี เป็นต้น
4.
ยุคคลาสสิก (Classical) พ.ศ. 2293 - พ.ศ. 2363)
เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด มีกฏเกณฑ์ แบบแผน
รูปแบบและหลักในการเล่นดนตรีอย่างชัดเจน
ศูนย์กลางของดนตรียุคนี้คือประเทศออสเตรีย โดยเฉพาะที่กรุงเวียนนา
และเมืองมานไฮม์ (Mannheim) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น
โมซาร์ท เป็นต้น
5.
ยุคโรแมนติค (Romantic) พ.ศ. 2363 - พ.ศ. 2443)
เป็นยุคที่มีเริ่มมีการแทรกของอารมณ์ในเพลง มีการเปลี่ยนอารมณ์
ความดังความเบา และจังหวะ
ซึ่งต่างจากยุคก่อนๆซึ่งยังไม่มีการใส่อารมณ์ในทำนอง
นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่น เบโทเฟน ชูเบิร์ต โชแปง ไชคอฟสกี้
เป็นต้น
6.
ยุคศตวรรษที่ 20 (20th Century Music พ.ศ. 2443 - ปัจจุบัน)
นักดนตรีเริ่มแสวงหาแนวดนตรีที่ไม่ขึ้นกับแนวดนตรีในยุคก่อน
จังหวะในแต่ละห้องเริ่มแปลกไปกว่าเดิม ไม่มีโน้ตสำคัญเกิดขึ้น (Atonal)
ระยะห่างระหว่างเสียงกับเสียงเริ่มลดน้อยลง ไร้ท่วงทำนองเพลง
นักดนตรีบางกลุ่มหันไปยึดดนตรีแนวเดิม ซึ่งเรียกว่าแบบนีโอคลาสสิก
(Neo-Classic) นักดนตรีที่มีชื่อเสียงในยุคนี้ เช่นอิกอร์ สตราวินสกี้
เป็นต้น
ประเภทของเพลงคลาสสิค
ซิมโฟนี่
(Symphony)
"ซิมโฟนี่"
คือ บทเพลงบรรเลงโดยวงดุริยางค์ขนาดใหญ่
ซึ่งมีเครื่องดนตรีครบทั้งสี่ประเภท คือ เครื่องสาย เครื่องลมไม้
เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี
ซิมโฟนีถือกำเนิดมาในยุคคลาสสิกและเป็นบทเพลงที่ผู้ประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่
และมีชื่อเสียงทั้งหลายนิยมประพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ไฮเดิน (Haydn)
โมซาร์ท (Mozart) เบโธเฟน(Beethoven) ไชคอฟสกี้ (Tchaikovsky)
ซิมโฟนีเป็นบทเพลงที่บรรเลงโดยวงดุริยางค์
รูปแบบที่เห็นกันทุกวันนี้คือซิมโฟนีในยุคคลาสสิก
ซึ่งได้พัฒนาขึ้นในศตวรรษที่ 18 โดยกำเนิดมาจากรูปแบบอิตาเลียน
โอเวอร์เจอร์ ที่เรียกว่า ซินโฟเนีย (sinfonia)
ซึ่งเดิมเป็นบทเพลงที่มีสามท่อน (ท่อน = Movement) คือ เร็ว-ช้า-เร็ว
ต่อมาได้มีการพัฒนาบทเพลงโอเวอร์เจอร์เพื่อใช้บรรเลงนำก่อนการแสดงอุปรากร
ซึ่งเป็นบทเพลงที่บรรเลงด้วยวงดุริยางค์แต่เพียงอย่างเดียว
แยกออกจากการแสดงอุปรากร จึงกลายเป็นบทเพลงประเภทใหม่ขึ้นมา
ภายหลังได้มีการเพิ่มท่อนมินูเอ็ท (Minuet =
ท่อนที่มีจังหวะคล้ายการเต้นรำ)
เป็นท่อนที่สามขึ้นมาทำให้บทเพลงประเภทนี้มีสี่ท่อน
รูปแบบซิมโฟนีที่สร้างขึ้นนี้ไฮเดินเป็นผู้มีส่วนพัฒนาอยู่มาก
บางครั้งจึงมีผู้ขนานนามไฮเดินว่าเป็นบิดาแห่งซิมโฟนี
ทั้งที่ซิมโฟนีมีมาก่อนหน้าไฮเดินแล้ว
ไฮเดินประพันธ์บทเพลงซิมโฟนีไว้เป็นจำนวนเกินกว่า ๑๐๔ บท
ผู้ประพันธ์ในยุคคลาสสิกคือโมซาร์ทได้ประพันธ์บทเพลงซิมโฟนีไว้เกินกว่า
๔๑ บท เบโธเฟนประพันธ์บทเพลงซิมโฟนีไว้ 9 บท
หลังจากนั้นได้มีแนวคิดในการพัฒนารูปแบบจนทำให้ซิมโฟนีเป็นบทเพลงที่มีขนาดยาวมากขึ้น
ใช้วงดุริยางค์ขนาดใหญ่ขึ้น ผู้ประพันธ์เพลงในยุคต่อมา
ล้วนนิยมประพันธ์บทเพลงซิมโฟนีไว้เสมอ
ออร์เคสตรา
(Orchestra)
"ออร์เคสตร้า" เป็นภาษาเยอรมัน
ตามความหมายรูปศัพท์ หมายถึงสถานที่เต้นรำ ซึ่งหมายถึง
ส่วนหน้าของโรงละครสมัยกรีกโบราณ
ที่ใช้เป็นที่เต้นรำและร้องเพลงของพวกนักร้องประสานเสียงสำหรับดนตรีตะวันตก
,ออร์เคสตรามีความหมายถึงวงซิมโฟนี ออร์เคสตรา คือ
วงดนตรีที่ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทเครื่องสาย รวมกับเครื่องลมไม้
เครื่องลมทองเหลือง และเครื่องตี ... ต่อมาในกลางศตวรรษที่ 18 คำว่า
ออร์เคสตรา หมายถึง การแสดงของวงดนตรี
ซึ่งเป็นความหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามคำนี้ยังคงใช้ในอีกความหมายหนึ่ง คือ
พื้นที่ระดับต่ำที่เป็นที่นั่งอยู่หน้าเวทีละคร และโรงแสดงคอนเสิร์ต
,ระยะต่อมาในกลางคริสต์ศตวรรษที่ 16
เมื่อเริ่มกำหนดจำนวนเครื่องดนตรีลงในบทเพลง
การพัฒนาวงออร์เคสตราจึงเริ่มมีขึ้น
ซึ่งในระยะแรกเป็นลักษณะของวงเครื่องสาย (String Orchestra)
ซึ่งมีจำนวนผู้เล่นประมาณ 10-25 คน
โดยบางครั้งอาจจจะมีมากกว่านี้ตามความต้องการของผู้ประพันธ์เพลง
ในคริสต์ศตวรรษที่ 17 วงออร์เคสตรามีการเพิ่มเครื่องลมไม้
และตอนปลายของยุคบาโรค (ประมาณ ค.ศ. 1750)
ผู้ประพันธ์เพลงนิยมบอกจำนวนเครื่องดนตรีไว้ในบทเพลงโดยละเอียด
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเครื่องลมทองเหลือง
และเครื่องประกอบจังหวะในออร์เคสตราราวกลางศตวรรษที่ 18
วงออร์เคสตราเป็นรูปแบบขึ้นมาจนได้มาตรฐานในยุคนี้ คือ ยุคคลาสสิก
ซึ่งเหตุผลประการหนึ่ง คือ บทเพลงประเภทซิมโฟนีเป็นรูปแบบขึ้นมาในยุคนี้
จึงทำให้ต้องมีการจัดวงออร์เคสตราให้มีมาตรฐาน เพื่อใช้เล่นเพลงซิมโฟนี
นอกจากนี้การบรรเลงบทเพลงประเภทคอนแชร์โต้ อุปรากร
และเพลงร้องเกี่ยวกับศาสนาก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การพัฒนาวงออร์เคสตราเป็นแบบแผนขึ้นแม้ว่าวงซิมโฟนีออร์เคสตราในช่วงปลายศตวรรษที่
20 ยังคงมีบทบาทสำคัญในดนตรีตะวันตก
ปัจจัยทางเศรษฐกิจก็มีส่วนในการกำหนดขนาดวงออร์เคสตรา
หรือแนวทางการประพันธ์เพลงเพื่อใช้กับวงออร์เคสตรา
แต่สิ่งนี้ก็มิได้กีดกั้นการสร้างสรรค์ผลงานประเภทที่ใช้วงออร์เคสตราของผู้ประพันธ์เพลงแต่อย่างใด
อุปรากร
(Opera)
หรือ โอเปร่า (Opera) เป็นการแสดงบนเวทีชนิดหนึ่ง
โดยมีลักษณะเป็นแบบละครที่ดำเนินโดยใช้ดนตรีเป็นหลักหรือทั้งหมด
ถึงแม้ว่าอุปรากรจะมีความใกล้เคียงกับละครเวทีชนิดอื่นๆในเรื่องของฉาก
การแสดง และเครื่องแต่งกาย สิ่งสำคัญที่แยกอุปรากรออกจากละครเวทีทั่วไป
คือ จะให้ความสำคัญของเพลง และ ดนตรีที่ประกอบการร้องเป็นอันดับหนึ่ง
วงดนตรีที่ใช้นั้น
อาจเป็นได้ตั้งแต่วงดนตรีขนาดเล็กจนไปถึงวงออร์เคสตราขนาดเต็ม
อุปรากรถือกำเนิดขึ้นในคริสศตวรรษที่ 16 ในประเทศอิตาลี
โดยอุปรากรมักจะมีความเกี่ยวข้องกับดนตรีคลาสสิกของตะวันตก
นอกจากอุปรากรตะวันตกแล้ว มีการแสดงหลายชนิดที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน
บางครั้งก็ใช้คำว่าอุปรากรด้วย เช่น อุปรากรจีน (งิ้ว) เป็นต้น
คอนแชร์โต
(Concerto)
คือ
การเดี่ยวเครื่องดนตรีโดยใช้เทคนิคขั้นสูงประกอบกับวงดนตรี
วงออร์เคสตร้าหรือวงดุริยางค์
โดยมีทั้งแบบคอนแชร์โตเดี่ยวและคอนแชร์โตกลุ่ม ตัวอย่าง เช่น
ไวโอลินคอนแชร์โต หรือ เปียโนคอนแชร์โต เป็นต้น
,ผู้แสดงเดี่ยวเครื่องดนตรีนั้น ๆ
จะเป็นผู้ที่มีความสามารถในเครื่องนั้นอย่างพิเศษ
ส่วนมากจะได้รับการฝึกฝนตั้งแต่อายุน้อย ๆ ต่ำกว่า 10 ขวบ
บุคคลเหล่านี้อาจจะเรียกได้ว่ามีพรสวรรค์ทางดนตรี
เนื่องจากส่วนมากจะมีความเชี่ยวชาญจนสามารถบรรเลง Concerto
ได้ตั้งแต่อายุไม่ถึง 15 16 เท่านั้น
โซนาตา
(Sonata)
โซนาตา
เป็นเพลงที่แสดงการเดี่ยวเครื่องดนตรีชนิดใด ๆ
ส่วนมากจะเป็นการบรรเลงไม่เกิน 3 ชิ้นดนตรี เช่น Piano sonata , Violin
sonata , Sonata for Piano and Violin เป็นต้น
ซึ่งชื่อของโซนาตาเพลงนั้นจะบอกถึงจำนวนชิ้นเครื่องดนตรี
และจำนวนเครื่องดนตรีที่บรรเลง
****************************************************************